อัปเดต 2026 บัตรเครดิต Cashback ที่ต้องมี! คืนเงินฉ่ำ พร้อมแนะนำวิธีใช้


สำหรับการสมัครบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นใบแรกหรือไม่ก็ตาม หลายคนมักตัดสินใจเลือกจากสิทธิประโยชน์และโปรโมชันที่ได้รับ และถ้าหากพูดถึงสิทธิประโยชน์ที่จูงใจให้เราตัดสินใจสมัครทำบัตรเครดิตกับสถาบันการเงินนั้น ๆ มากที่สุด สิ่งที่หลายคนนึกถึงก็ต้องเป็นเรื่องของ “เครดิตเงินคืน (Cashback)” อย่างแน่นอน
แล้วบัตรเครดิตเงินคืน หรือบัตรเครดิต Cashback คืออะไร ? มีอะไรที่เราต้องรู้บ้างถ้าหากกำลังมองหาบัตรเครดิตประเภทนี้ วันนี้เรารวบรวมข้อมูลทุกเรื่องที่จำเป็นเกี่ยวกับบัตรเครดิตเงินคืน พร้อมทั้งวิธีการใช้บัตรให้คุ้มค่ามากที่สุดมาฝากกัน
Cashback หรือเครดิตเงินคืน คืออะไร ?
หลายคนตอนที่เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิต คงจะเห็นคำว่า “เครดิตเงินคืน (Cashback)” กันผ่านตามาบ้าง ซึ่งเครดิตเงินคืนเป็นคำที่ใช้เรียกโปรโมชันหนึ่งของบัตรเครดิต ที่ให้เงินคืนกับผู้ถือบัตรทุกครั้งเมื่อมีการใช้จ่ายที่ตรงกับเงื่อนไขของบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายผ่านการซื้อสินค้าหรือบริการครบตามยอดเงินที่กำหนด และเป็นร้านค้าที่ร่วมรายการ บัตรเครดิตก็จะทำการคืนเงินบางส่วนเข้าสู่บัตรฯ ซึ่งจำนวนเงินที่คืนให้แก่ผู้ถือบัตรก็จะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของบัตรเครดิตแต่ละชนิด
ตัวอย่างเช่น เราสมัครบัตรเครดิตที่มีโปรโมชันเงินคืน 3% ทุกครั้งที่เติมน้ำมันรถครบ 800 บาทขึ้นไปในระยะเวลาโปรโมชัน เมื่อเราชำระค่าน้ำมันผ่านบัตรเครดิตทั้งหมด 800 บาท เราก็จะได้รับเครดิตเงินคืนจำนวน 24 บาท เข้าสู่บัญชีในรอบบิลถัดไป
สินค้าและบริการบางประเภทเป็นสิ่งที่เราใช้จ่ายจำนวนนับไม่ถ้วนในแต่ละเดือนอยู่แล้ว เมื่อเราสามารถบริหารการเงินผ่านการรับเครดิตเงินคืนได้ เราก็จะประหยัดเงินไปได้เยอะมากเลยทีเดียว
บัตรเครดิต Cashback คืออะไร ?
เมื่อเรารู้จักกับ “เครดิตเงินคืน” แล้ว ก็ยังมีบัตรเครดิตอีกประเภทหนึ่งที่ให้สิทธิประโยชน์ของเครดิตเงินคืนกลับมาสู่บัญชีของเรา ซึ่งบัตรเครดิตประเภทนี้สามารถเรียกได้ตรงตัวว่า “บัตรเครดิตเงินคืน หรือบัตรเครดิต Cashback” ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ใช้จ่ายผ่านร้านค้าหรือบริการที่ร่วมรายการเป็นประจำ และต้องการประหยัดเงินบางส่วนจากการใช้จ่ายได้
รับเครดิตเงินคืนแต่ละครั้ง คุ้มจริงหรือไม่ ?
แม้อาจจะรู้สึกว่ายอดเครดิตเงินคืนที่คืนสู่บัญชีของเรานั้นไม่ได้เยอะหรือทำให้เรารู้สึกคุ้มค่าขนาดนั้น แต่ถ้าหากลองรวมเครดิตเงินคืนในหนึ่งเดือนดูแล้วจะพบว่าเยอะพอ ๆ กับจำนวนเงินเก็บของเราในแต่ละเดือนได้เลยทีเดียว
ซึ่งนี่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งประโยชน์ของเครดิตเงินคืนที่ทำให้เรามีเงินเหลือในการใช้จ่ายครั้งต่อไปและมีเงินเหลือสำหรับการออม หรือการลงทุนต่อไป
เครดิตเงินคืน (Cashback) มีประเภทอะไรบ้าง ?
เครดิตเงินคืน หรือ Cashback แบ่งออกเป็นหลายประเภทดังนี้
- เครดิตเงินคืนจากการใช้จ่ายทั่วไป : บัตรเครดิต Cashback ส่วนใหญ่จะให้เงินคืน 0.5-2% ของยอดใช้จ่ายทั่วไป ทั้งนี้ คุณจะได้รับโดยอัตโนมัติเมื่อใช้จ่ายครบตามเงื่อนไข โดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 30-45 วันหลังทำรายการ
- เครดิตเงินคืนตามหมวดหมู่ : นอกจากเงินคืนทั่วไปแล้ว บางบัตรยังให้ Cashback สูงถึง 5-10% สำหรับหมวดเฉพาะ เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร หรือซูเปอร์มาร์เก็ต
- เครดิตเงินคืนจากโปรโมชันพิเศษ : ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ บริษัทฯ มักจัดแคมเปญที่ให้เงินคืนสูงกว่าปกติ เช่น แบล็กฟรายเดย์หรือวันสำคัญต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับโปรโมชันพิเศษเหล่านี้ การคืนเงินอาจใช้เวลานานกว่าปกติเล็กน้อย
- เครดิตเงินคืนจากการแลกคะแนนสะสม : อีกวิธีหนึ่งคือ คะแนนสะสมจากการใช้จ่ายสามารถนำมาแลกเป็นเงินคืนได้ โดยในกรณีนี้ คุณจำเป็นต้องทำการแลกคะแนนผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของบริษัทฯ ด้วยตนเอง
บัตรเครดิตเงินคืน หรือ Cashback เหมาะกับใคร ?
คำตอบคือ “เหมาะกับทุกคนที่มีค่าใช้จ่าย” โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีค่าใช้จ่ายประจำ หรือใช้จ่ายแต่ละเดือนเป็นยอดจำนวนมาก ๆ โดยการได้รับเครดิตเงินคืนอาจได้จากค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าประกันสุขภาพ การจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน หรือการผูกบัตรเครดิตเพื่อใช้จ่ายผ่าน E-Wallet แทนเงินสด
เครดิตเงินคืนได้ตอนไหน ? คืนเงินเข้าบัตรเครดิตกี่วัน ?
เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตแล้ว เครดิตเงินคืนจะเข้าบัญชีในรอบบิลถัดไป ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30-45 วันหลังจากวันที่ทำรายการ ทั้งนี้ บางบริษัทฯ อาจสะสมยอดไว้ก่อน แล้วค่อยโอนเข้าบัญชีตามรอบที่กำหนด เช่น ทุก 3 เดือน หรือเมื่อถึงยอดขั้นต่ำ คุณสามารถติดตามสถานะเครดิตเงินคืนได้ผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทฯ หรือสอบถามผ่าน Call Center ได้โดยตรง

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
บัตรเครดิตเงินคืนที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร ?
บนโลกนี้มีบัตรเครดิตเงินคืนอยู่มากมายจนนับไม่ถ้วน ดังนั้น เราจึงควรรู้คุณสมบัติที่ดีของบัตรเครดิตประเภทนี้ เพื่อให้สามารถเลือกใช้บัตรได้อย่างถูกต้อง ซึ่งโดยปกติแล้วก็ควรมี 5 คุณสมบัติหลักคือ
- บัตรเครดิตเงินคืนที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ทุกการใช้จ่ายของเรา
เราอาจจะต้องกลับมาทบทวนดูว่าค่าใช้จ่ายของเรามักจะอยู่ที่สินค้าหรือบริการประเภทไหน ร้านค้าใดบ้าง และเรามีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างไร จากนั้นจึงเลือกบัตรเครดิต Cashback ที่มีโปรโมชันครอบคลุมทุกการใช้จ่ายของเรา เช่น หากใช้รถไฟฟ้าเป็นหลักก็ควรเลือกบัตรเครดิตเงินคืนที่มีโปรโมชันเครดิตเงินคืนสำหรับรถไฟฟ้า หรือถ้าเราใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักก็ควรเลือกบัตรเครดิตเงินคืนที่มีโปรโมชันเครดิตเงินคืนสำหรับการเติมน้ำมัน - เลือกซื้อสินค้าได้หลากหลาย
ข้อนี้สำคัญมาก เพราะในชีวิตประจำวันของเราย่อมต้องใช้จ่ายกับสินค้าหรือบริการที่หลากหลาย การเลือกบัตรเครดิตรับ Cashback ที่มอบโปรโมชันให้เราเลือกซื้อสินค้าหรือบริการได้หลากหลายประเภท ก็จะทำให้เราใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น - ยิ่งใช้มากยิ่งได้รับเครดิตเงินคืนเพิ่มมากขึ้น
ปกติแล้วบัตรเครดิต Cashback จะให้เครดิตเงินคืนกลับมาตามยอดใช้จ่าย ยิ่งใช้จ่ายมากก็ยิ่งได้รับเครดิตเงินคืนกลับมามาก แต่ถ้าหากเราลองเลือกอีกสักนิด โดยเลือกบัตรเครดิตเงินคืนที่มีเงื่อนไขในการคืนเงินเป็นขั้นบันได ยิ่งยอดใช้จ่ายมากขึ้นก็จะยิ่งเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการรับเครดิตเงินคืนมากขึ้น ก็จะทำให้เราคุ้มค่ามากขึ้นกว่าปกติไปอีกขั้น - สามารถตรวจสอบสถานะเงินคืนได้ผ่านแอปพลิเคชัน
ที่สำคัญคือบัตรเครดิตเงินคืนต้องสามารถตรวจสอบสถานะเงินคืนรวมถึงยอดเงินคืนได้ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ซึ่งจะทำให้เราสามารถติดตามยอดได้ง่ายขึ้น และทำให้บริหารจัดการเงินได้สะดวกรวดเร็วขึ้นด้วย - สิทธิพิเศษอื่น ๆ หรือส่วนลดที่ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิตประจำวัน
นอกจากเรื่องของเครดิตเงินคืนแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ เรื่องของสิทธิพิเศษหรือส่วนลดอื่น ๆ ที่บัตรมอบให้ โดยถ้าหากบัตรเครดิตเงินคืนที่เราสนใจมีสิทธิพิเศษหรือส่วนลดที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของเรา ก็ยิ่งเป็นข้อดีที่ทำให้เราต้องตัดสินใจเลือก

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
บัตรเครดิตเงินคืนต่างจากบัตรเครดิตสะสมคะแนนอย่างไร ?
นอกจากบัตรเครดิตเงินคืน หรือบัตรเครดิต Cashback ยังมีบัตรเครดิตอีกประเภทที่สร้างความสับสนให้แก่ผู้ใช้งาน จนเผลอเข้าใจไปว่าเป็นบัตรเครดิตประเภทเดียวกัน ซึ่งก็คือ “บัตรเครดิตสะสมคะแนน หรือ Rewards Credit Card”
บัตรเครดิตสะสมคะแนน (Rewards Credit Card) เป็นบัตรเครดิตที่ให้สิทธิประโยชน์ในรูปแบบของคะแนนสะสมตามยอดค่าใช้จ่าย ซึ่งแตกต่างกับบัตรเครดิตเงินคืนที่จะให้เป็นเครดิตเงินคืนกลับมา ซึ่งคะแนนสะสมนั้นก็สามารถนำไปแลกของรางวัลพิเศษ แลกส่วนลดของสินค้าและบริการต่าง ๆ หรือแม้แต่จะแลกเป็นเครดิตเงินคืนก็ได้เช่นกัน

บัตรเครดิต Cashback หรือบัตรเครดิตเงินคืน ใช้ยังไงให้คุ้มค่าที่สุด ?
บัตรเครดิตเงินคืนจะใช้อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด ? เรามี 7 เทคนิคง่าย ๆ มาฝากกัน
- พยายามใช้บัตรเครดิตแทนเงินสดใช้ชีวิตประจำวัน
หากเรามีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่สามารถรูดชำระผ่านบัตรเครดิตได้ ก็สามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายแทนเงินสด เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตนั้น ๆ - ซื้อของออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตได้กำไรเพียบ
นอกจากเครดิตเงินคืนที่จะได้จากการชำระผ่านบัตรเครดิตแล้ว ในปัจจุบัน ร้านค้าออนไลน์ก็มักจะมีโปรโมชันที่น่าสนใจกับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ เช่น การผ่อน 0% และการสะสมคะแนน - พยายามใช้ใบเดียวเพื่อให้ยอดมารวมกัน
หลายคนมักจะใช้บัตรเครดิตหลายใบเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของตัวเอง แต่แนะนำว่าควรมองหาบัตรเครดิตที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ทุกด้านของเราให้มากที่สุด เพื่อที่จะสามารถรวมยอดค่าใช้จ่ายในใบเดียว ทำให้ง่ายต่อการจัดการการเงิน - กำหนดงบรายเดือนการใช้บัตรเครดิตให้ชัดเจน
การตั้งงบประมาณช่วยควบคุมไม่ให้ใช้จ่ายเกินตัวจนเป็นหนี้ และช่วยให้วางแผนใช้บัตรเครดิตเงินคืนได้เต็มสิทธิประโยชน์ตามวงเงินที่บริษัทฯ กำหนด ทำให้ได้รับเงินคืนกลับมาอย่างคุ้มค่าโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในภายหลัง - ใช้บัตรเครดิตให้ตรงหมวด
บัตรเครดิตแต่ละใบจะมีเครดิตเงินคืนที่แตกต่างกัน การเลือกใช้บัตรให้ถูกหมวด เช่น บัตรเครดิตเติมน้ำมัน ช้อปปิง หรือรับประทานอาหาร จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์การได้รับเงินคืนให้สูงที่สุดตามเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบัตร ทำให้ทุกยอดการใช้จ่ายกลายเป็นส่วนลดเงินสดที่คุ้มค่ากว่าเดิม - จ่ายยอดเต็ม ลดดอกเบี้ย
สิ่งสำคัญในการใช้บัตรเครดิต Cashback คือการชำระเต็มจำนวนและตรงเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยค้างชำระที่อาจสูงกว่ายอดเงินคืนที่ได้รับ เทคนิคนี้จะช่วยให้เงินคืนที่ได้มาเป็นกำไร โดยไม่ต้องถูกหักลบกับภาระดอกเบี้ยภายหลัง - ติดตามโปรโมชันของบัตร
บัตรเครดิตแต่ละบริษัทฯ ก็มักจะจัดโปรโมชันที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้น แนะนำว่าผู้ถือบัตรควรติดตามโปรโมชัน เพื่อให้ไม่พลาดทุกสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต
เลือกบัตรเครดิต Cashback อันไหนดี ? แนะนำบัตรเครดิตเงินคืนจากกรุงศรี ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณ
เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แล้วจะดีแค่ไหน หากเราเลือกบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์และความชอบของเรา โดยบัตรเครดิต กรุงศรี มอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ทุกสาย ทุกไลฟ์สไตล์ สามารถใช้ชีวิตแบบที่ใช่ได้อย่างลงตัว
- สายช้อปออนไลน์
จะจ่ายแอปฯ ไหนก็คุ้ม! ช้อปปิ้ง สั่งอาหารเดลิเวอรี สตรีมมิ่ง หรือเติมเกม รับเครดิตเงินคืน 5%* เมื่อใช้จ่ายครบทุก 500 บาท/เซลลสลิป ผ่านบัตรเครดิต กรุงศรี นาว แพลทินัม - สายซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต
คุ้มค่าทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต กรุงศรี แพลทินัม รับกรุงศรี พอยต์ 2 เท่า* เมื่อช้อปครบทุก 1,500 บาท/เซลล์สลิป ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ร่วมรายการ (จำกัดพอยต์พิเศษสูงสุด 120 พอยต์/เดือน) หรือครบทุก 3,000 บาท/เซลล์สลิป ที่ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการ (จำกัดพอยต์พิเศษสูงสุด 240 พอยต์/เดือน) พิเศษ! ลงทะเบียนรับพอยต์เพิ่มรวมเป็น 4 เท่า* ระหว่าง 1 มี.ค. 69 – 30 มิ.ย. 69 - สายแฟชั่น สายช้อปร้านเสื้อผ้าและเครื่องสำอาง
บเครดิตเงินคืน 7%* (ไม่ต้องลงทะเบียน) เมื่อช้อปครบทุก 2,000 บาท/เซลล์สลิป ผ่านบัตรเครดิต กรุงศรี เลดี้ ไทเทเนี่ยม ณ ร้านค้าแบรนด์ชั้นนำที่กำหนด (จำกัดเครดิตเงินคืนสูงสุด 560 บาท/เดือน) โปรโมชัน 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 - สายช้อปห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
รับกรุงศรี พอยต์สะสม 5 เท่า* เมื่อใช้จ่ายครบทุก 5,000 บาท/เซลล์สลิป ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่ร่วมรายการ ผ่านบัตรเครดิต กรุงศรี ซิกเนเจอร์ (จำกัดพอยต์พิเศษสูงสุด 2,400 พอยต์/เดือน) โปรโมชัน 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 - สายบิวตี้ เสริมลุคให้มั่นใจกับคลีนิคเสริมความงามและสปา
สวยคุ้มแบบแบ่งชำระ 0% นาน 4 เดือน* ในหมวดแฟชั่น แบรนด์เนม ผลิตภัณฑ์และคลินิกเสริมความงาม รวมถึงสปา ผ่านบัตรเครดิต กรุงศรี เลดี้ ไทเทเนี่ยม (เมื่อมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 1,000 บาท/เซลล์สลิป และมียอดสะสมรวม 15,000 บาทขึ้นไป ทำรายการผ่านแอป UCHOOSE) โปรโมชัน 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 - สายท่องเที่ยว
ยกระดับการเดินทางกับบัตรเครดิต กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร แลกพอยต์เท่ายอดซื้อรับส่วนลด 20% เมื่อจองตั๋วเครื่องบินผ่าน KRUNGSRI Travel Service (ขั้นต่ำ 1,000 บาท/เซลล์สลิป) พร้อมสิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรอง Dragonpass และ ห้องรับรองพิเศษของสายการบินไทย ตามเงื่อนไขเงินฝากที่กำหนด โปรโมชัน 1 ต.ค. 68 – 31 ธ.ค. 69 - สายกิน
สัมผัสประสบการณ์มื้อพิเศษรับส่วนลดสูงสุด 25% ณ ห้องอาหาร* ที่ร่วมรายการ ผ่านบัตรเครดิต กรุงศรี ซิกเนเจอร์ โปรโมชัน 1 ต.ค. 68 – 31 ธ.ค. 69 - สายเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน
แต่งบ้านเพลินไม่ต้องกังวล รับส่วนลด 3%* พร้อมแลกพอยต์เท่ายอดชำระรับส่วนลดเพิ่ม 13%* เมื่อช้อปที่โฮมโปรทุกสาขา ผ่านบัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม โปรโมชัน 1 ก.พ. 69 – 31 ม.ค. 70 - สายติดบ้าน ชอบซีรีส์ สั่งอาหาร Food Delivery
รับเครดิตเงินคืน 5%* เมื่อช้อปออนไลน์ สั่งอาหาร ดูหนัง ฟังเพลง หรือเติมเกม ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพียงใช้จ่ายครบทุก ๆ 500 บาท/เซลล์สลิป กับบัตรเครดิต กรุงศรี นาว แพลทินัม (จำกัดเครดิตเงินคืนสูงสุด 300 บาท/เดือน) ระยะเวลาโปรโมชัน 1 ม.ค. 69 – 30 มิ.ย. 69 - สายวางแผน ชำระค่าเบี้ยประกันชีวิต และประกันสุขภาพt
ชำระเบี้ยประกันภัยเอไอเอผ่านบัตรเครดิต เอไอเอ วีซ่า แพลทินัม ทุก 10,000 บาท/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 0.5%* สูงสุด 2,000 บาท/บัญชีบัตรหลัก/ปีปฏิทิน (ยกเว้นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Unit Linked) 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69
พร้อมรับเครดิตเงินคืนพิเศษ หรือ แบ่งชำระ และ สิทธิพิเศษทางด้านสุขภาพอีกมากมาย - สายผ่อนทอง
ผ่อนทอง 0% นานสูงสุด 10 เดือน ณ ห้างทองที่ร่วมรายการ (เช่น ออโรร่า, แม่ทองสุก, เยาวราชกรุงเทพ) พิเศษ! ลงทะเบียน GOLD เพื่อรับของสมนาคุณเพิ่มตามเงื่อนไขที่กำหนด - สายเติมน้ำมัน
เติมเซฟกว่าที่เคย ที่ปั๊มบางจาก พิเศษเมื่อเติมน้ำมันครบทุก 800 บาท/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3%* ตามประเภท
พิเศษ! ลงทะเบียนรับเครดิตเงินคืนเพิ่ม 2%* สำหรับบัตร กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง, บัตรเครดิต กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์, บัตรเครดิต กรุงศรี ซิกเนเจอร์ โปรโมชั่น 1 มิ.ย.69 – 30 ก.ย. 69
หรือ ลงทะเบียนรับเครดิตเงินคืนเพิ่ม 3%* สำหรับบัตรเครดิต กรุงศรี แพลทินัม บัตรเครดิต กรุงศรี เลดี้ ไทเทเนี่ยม บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี แพลทินัม บัตรเครดิต เอไอเอ วีซ่า แพลทินัม บัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม โปรโมชั่น 1 มิ.ย. 69 – 30 ก.ย. 69
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
ศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungsricard.com/th/Product
เครดิตเงินคืน หรือ Cashback จากบัตรเครดิตช่วยให้เราได้รับความคุ้มค่าและสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพิ่มขึ้นจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งหากเราบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว เราจะสามารถมีเงินเพิ่มขึ้นจากการใช้บัตรเครดิตเงินคืนได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ เราควรใช้บัตรอย่างมีวินัย และไม่ใช้จ่ายจนเกินกำลังในการชำระคืน เพื่อให้บัตรเครดิตเป็นตัวช่วยจัดการทางการเงิน แทนที่จะกลายเป็นภาระทางการเงินในอนาคต
หากใครที่สนใจบัตรเครดิตที่มีสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุม สามารถรองรับได้ทุกไลฟ์สไตล์ มีโปรโมชันสุดคุ้มในร้านค้าและบริการ รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมของบัตรเครดิต กรุงศรีได้ที่ https://www.krungsricard.com/th/Product
FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรเครดิต Cashback
รูดบัตรซื้ออะไรบ้างที่ “ไม่ได้รับ” เครดิตเงินคืน?
รายการรูดบัตรเครดิตที่ไม่ได้รับเครดิตเงิน ส่วนใหญ่มักเป็นรายการที่ไม่ถือเป็นการบริโภคทั่วไป เช่น การกดเงินสดล่วงหน้า การชำระค่าภาษี ประกันภัย (บางประเภท) ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ดอกเบี้ยค้างชำระ รวมถึงการซื้อกองทุนหรือหน่วยลงทุน และรายการที่บริษัทฯ กำหนดให้ยกเว้นในเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบัตร
เครดิตเงินคืนที่ได้รับ ต้องนำไปเสียภาษีไหม?
โดยทั่วไปแล้วเครดิตเงินคืนที่ได้จากการใช้จ่ายส่วนตัว ไม่ต้องนำไปเสียภาษีเงินได้ เนื่องจากกรมสรรพากรมองว่าเป็นส่วนลดทางการค้าหรือเป็นการคืนเงินที่ผู้ถือบัตรจ่ายออกไปเอง ไม่ใช่เงินได้พึงประเมินจากการทำงานหรือการทำธุรกิจ
หากยกเลิกสินค้า (Refund) เครดิตเงินคืนจะถูกดึงกลับไหม?
หากยกเลิกสินค้าเครดิตเงินคืนจะถูกดึงกลับ เมื่อมีการทำรายการคืนเงินเข้าบัตร บริษัทฯ จะคำนวณยอดเงินคืนใหม่ตามยอดใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น หากเครดิตเงินคืนเข้าบัญชีไปแล้ว บริษัทฯ จะหักลบยอดคืนนั้นออกจากยอดเครดิตเงินคืนในรอบถัดไปเพื่อให้ยอดสมดุล
เครดิตเงินคืน เอาไปทำอะไรได้บ้าง?
ยอดเครดิตเงินคืนหลัก ๆ คือการนำไปหักลบยอดค้างชำระในรอบบิลถัดไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนเงินที่คุณต้องจ่ายจริงลง หรือบางบริษัทฯ อาจให้คุณสะสมเพื่อแลกเป็นคะแนนสะสมหรือโอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ตามเงื่อนไขที่กำหนด
บัตรเครดิตเงินคืน กดเงินสดได้ไหม?
บัตรเครดิตเงินคืนสามารถกดเงินสดได้ เพราะบัตรเครดิตเงินคืนก็มีวงเงินเหมือนบัตรเครดิตทั่วไป แต่ต้องระวังเพราะยอดกดเงินสดมักจะไม่ได้รับเครดิตเงินคืนและยังต้องเสียค่าธรรมเนียมการเบิกถอน 3% รวมถึงดอกเบี้ยรายวันที่สูงทันทีตั้งแต่แรกกด
ยอดเครดิตเงินคืน มีวันหมดอายุไหม?
ขึ้นอยู่กับรูปแบบของบัตร หากเป็นระบบที่คืนเข้ายอดค้างชำระในรอบบิลถัดไปทันทีจะไม่มีวันหมดอายุเพราะถูกใช้ไปเลย แต่ถ้าเป็นระบบสะสมเป็นยอดเงินในกระเป๋า (E-Wallet ของบริษัทฯ) อาจมีกำหนดระยะเวลาสะสม ประมาณ 1-3 ปี ก่อนจะถูกตัดออก

