พูดคุยกับเราได้ที่

0 2646 3555
 
Line Print

เทียบความคุ้ม ! บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศ VS Travel Card

 

บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศ
บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศ
 

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ หลายคนเลือกที่จะพก "บัตร" แทนการถือเงินสด เนื่องจากสะดวก ปลอดภัย และยังช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นคือ "ควรใช้บัตร Travel Card หรือบัตรเครดิตดี ?" ซึ่งแท้จริงแล้ว ทั้งสองตัวเลือกนี้ต่างมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้น เราจะพาคุณไปวิเคราะห์แบบเจาะลึกถึงจุดเด่น ข้อจำกัด และความเหมาะสมของบัตรทั้งสองประเภท เพื่อให้คุณเลือกใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดในแต่ละทริป



รู้จักบัตร Travel Card

บัตร Travel Card หรือที่เรียกอีกชื่อว่า "บัตรเติมเงินสำหรับการเดินทาง" (Prepaid Travel Card) คือบัตรที่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องเติมเงินก่อนนำไปใช้ โดยสามารถเติมเป็นสกุลเงินต่างประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร เยน หรือแม้แต่เงินบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย


จุดเด่นของบัตร Travel Card

  • สามารถใช้งานได้เหมือนบัตรเครดิต/เดบิต ไม่ว่าจะเป็นการรูดซื้อของ ถอนเงิน และอื่น ๆ
  • ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี เนื่องจากใช้ได้เฉพาะเท่าที่เติมเข้าไปเท่านั้น
  • อัตราแลกเปลี่ยนชัดเจน เพราะคุณจะได้อัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลาที่เติมเงิน จึงไม่มีความผันผวนในช่วงที่ใช้จ่าย
  • ปลอดภัยกว่าการพกเงินสด และไม่จำเป็นต้องผูกกับบัญชีหลัก
  • เหมาะสำหรับทริปสั้น ๆ ทำให้ควบคุมงบได้ง่ายและไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกินตัว

ข้อจำกัดของบัตร Travel Card

  • ต้องเติมเงินล่วงหน้า ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับบางคน
  • มีค่าธรรมเนียมบางประเภท เช่น ค่าธรรมเนียมการออกบัตร รวมถึงค่าธรรมเนียมเมื่อถอนเงิน
  • สิทธิพิเศษหรือ Reward มีน้อย เมื่อเทียบกับบัตรเครดิต ทำให้อาจเสียโอกาสสะสมแต้มหรือรับสิทธิประโยชน์
  • ใช้ได้เฉพาะสกุลเงินที่รองรับ หากคุณวางแผนเดินทางไปหลายประเทศ อาจจำเป็นต้องเปิดใช้งานหลายสกุลเงิน

รู้จักบัตรเครดิตสำหรับใช้ต่างประเทศ

บัตรเครดิตสำหรับใช้ต่างประเทศ (Credit Card) คือบัตรที่ให้คุณรูดใช้จ่ายก่อนแล้วค่อยชำระเงินทีหลัง โดยได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักเดินทาง ทั้งนี้เพราะไม่เพียงแค่ใช้งานง่าย แต่ยังมาพร้อมกับสิทธิพิเศษมากมายจากทั้งธนาคารและผู้ให้บริการ


จุดเด่นของบัตรเครดิตสำหรับใช้ต่างประเทศ

  • สะดวก ไม่ต้องเติมเงินก่อน ทำให้คุณสามารถใช้จ่ายได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องยอดเงินคงเหลือ
  • อัตราแลกเปลี่ยนตามระบบ MasterCard / Visa ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นเรตที่ดีในระดับหนึ่ง
  • ระบบ Reward หลากหลาย ทั้ง Cashback, Miles และแต้มสะสมที่สามารถแลกเป็นสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้
  • เหมาะกับการจองตั๋ว จองโรงแรม หรือเช่ารถ เนื่องจากอาจได้รับส่วนลดพิเศษ และสามารถขอเงินคืน (Refund) ได้ในกรณีที่เปลี่ยนแผนการเดินทาง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เงินคืนจะกลับเข้าบัตรภายในระยะเวลา 0-45 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร
  • มีระบบป้องกันความปลอดภัย และสามารถอายัดบัตรได้ทันทีเมื่อเกิดปัญหา ช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องใช้จ่ายในต่างประเทศ
  • เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย เพราะยิ่งใช้มาก ยิ่งได้สิทธิประโยชน์มาก

ข้อจำกัดของบัตรเครดิตสำหรับใช้ต่างประเทศ

  • มีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงิน (Foreign Transaction Fee) ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1-3% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด
  • อัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่แน่นอน เนื่องจากขึ้นอยู่กับวันที่มีการตัดยอด ซึ่งในบางกรณีอาจทำให้คุณได้เรตไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้

เปรียบเทียบแบบชัด ๆ บัตร Travel Card VS บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศ ต่างกันอย่างไร ?


คุณสมบัติบัตร Travel Cardบัตรเครดิตใช้ในต่างประเทศ
การควบคุมค่าใช้จ่ายใช้เท่าที่เติมใช้ตามวงเงินในบัตร
อัตราแลกเปลี่ยนล็อกเรตได้ตอนเติมเงินขึ้นกับเรตวันใช้งาน
ค่าธรรมเนียมต่างประเทศมีบ้าง ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการโดยทั่วไป 1 - 3%
สิทธิพิเศษ/Rewardมีน้อยมีหลากหลาย เช่น เครดิตเงินคืน และการแลกไมล์
ความสะดวกต้องเติมเงินใช้จ่ายได้ทันที
ความปลอดภัยไม่ผูกบัญชีหลักมีระบบป้องกัน สามารถอายัดบัตรได้
การใช้งานเฉพาะกิจดี เหมาะสำหรับทริปสั้น ๆเหมาะกับผู้เดินทางบ่อย


ไปต่างประเทศพกบัตรเครดิต หรือ Travel Card แบบไหนดีกว่ากัน ?

หากถามว่าแบบไหนดีกว่ากัน ต้องบอกเลยว่า ไม่มีบัตรประเภทไหนที่ดีที่สุดเพียงใบเดียว เพราะความคุ้มค่านั้นขึ้นอยู่กับสไตล์การเดินทางและจุดประสงค์การใช้จ่ายของคุณ เราขอแนะนำให้ พกทั้งสองแบบควบคู่กันไป รวมถึงการสำรอง "เงินสด" ติดตัวไว้ด้วย เพราะแต่ละประเภทก็มีจุดประสงค์และข้อได้เปรียบในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป เช่น

  • บัตร Travel Card เหมาะสำหรับคนที่เน้นควบคุมงบประมาณ ล็อกเรตอัตราแลกเปลี่ยนในจังหวะที่ค่าเงินดี และไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน การใช้ Travel Card รูดจ่ายสำหรับค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ จะเป็นตัวเลือกที่ประหยัดที่สุด
  • บัตรเครดิต เหมาะสำหรับการรูดกันวงเงิน เพื่อมัดจำค่าโรงแรม เช่ารถ หรือวางแผนซื้อสินค้าแบรนด์เนมชิ้นใหญ่ บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศ จะเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้ เพราะได้รับการยอมรับในระบบสากลมากกว่า แถมทุกยอดใช้จ่ายยังสามารถนำไปสะสมแต้ม แลกไมล์ หรือรับเครดิตเงินคืน ได้ ซึ่งเมื่อคำนวณหักลบกับค่าธรรมเนียมแล้วมักจะคุ้มค่ากว่า
  • เงินสด แม้ยุคนี้สังคมไร้เงินสดจะแพร่หลายไปทั่วโลก แต่การพกเงินสดสกุลเงินท้องถิ่นติดตัวไว้จำนวนหนึ่งยังคงจำเป็น โดยเฉพาะสำหรับการซื้อของในตลาดนัด สตรีทฟู้ด ร้านค้ารายย่อย ร้านอาหารท้องถิ่น รถสาธารณะบางประเภท หรือการให้ทิปพนักงาน ซึ่งหลายแห่งอาจยังไม่รองรับการรูดบัตร ทั้งนี้ แนะนำให้แลกเงินสดไปในปริมาณที่พอดี ไม่พกเยอะจนเกินไป เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูญหาย การถูกโจรกรรม และปัญหาการขาดทุนจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อต้องนำกลับมาแลกคืนเป็นเงินบาท


คุณแม่พาลูกเที่ยวต่างประเทศโดยใช้บัตรเครดิตใช้ในต่างประเทศจองที่พักและตั๋วเครื่องบิน
คุณแม่พาลูกเที่ยวต่างประเทศโดยใช้บัตรเครดิตใช้ในต่างประเทศจองที่พักและตั๋วเครื่องบิน
 

บัตร Travel Card VS บัตรเครดิต สถานการณ์ไหนควรใช้บัตรแบบใด ?

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น มาดูกันว่าในแต่ละสถานการณ์ บัตรประเภทไหนจะคุ้มค่าและเหมาะสมกว่ากัน

  • เที่ยวระยะสั้น / ไปประเทศเดียว เลือก Travel Card หรือบัตรเครดิตที่มีโปรโมชันพิเศษสำหรับการเดินทาง เนื่องจากช่วยให้คุณควบคุมงบประมาณได้ดี โดยคุณสามารถเติมเงินเท่าที่วางแผนจะใช้ ทำให้ไม่มีความเสี่ยงในการใช้จ่ายเกินวงเงินที่ตั้งไว้
  • เที่ยวหลายประเทศ หรือทัวร์ยาว เลือกบัตรเครดิตใช้ในต่างประเทศ เพราะคุณไม่จำเป็นต้องกังวลกับการเปิดใช้งานหลายสกุลเงิน อีกทั้งยังสะดวกสำหรับการจองโรงแรมหรือตั๋วเครื่องบินระหว่างการเดินทาง
  • ใช้รูดซื้อของเล็กน้อย เช่น ของฝาก ของกิน เลือก Travel Card หรือบัตรเครดิตที่ไม่มีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน เพราะปัจจุบันมีบัตรเครดิตหลายใบที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน ทำให้คุณประหยัดได้มากกว่าสำหรับการใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ
  • จองโรงแรม เช่ารถ เลือกบัตรเครดิตใช้ในต่างประเทศ เนื่องจากผู้ให้บริการส่วนใหญ่มักไม่ยอมรับ Travel Card และมักจะต้องการข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อเป็นการค้ำประกัน
  • ต้องการสะสมแต้ม แลกไมล์ หรือส่วนลดร้านค้า เลือกบัตรเครดิตใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นสายสะสมไมล์เดินทาง เพราะทุกยอดใช้จ่ายจะสามารถนำไปแลกเป็นสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้


ทริคใช้บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศให้ปลอดภัยและคุ้มค่า

การนำบัตรเครดิตไปใช้ในต่างประเทศนั้น แม้จะมอบความสะดวกสบายและสิทธิประโยชน์มากมาย แต่ก็ต้องอาศัยความรอบคอบในการใช้งาน เพื่อป้องกันปัญหาและค่าใช้จ่ายที่อาจบานปลายโดยไม่รู้ตัว เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่น ปลอดภัยและได้รับความคุ้มค่ากลับมามากที่สุด ดังนี้

  • เลือกรู้เป็นสกุลเงินท้องถิ่นเสมอ เวลาพนักงานถามหรือเครื่อง EDC ให้เลือกสกุลเงิน แนะนำให้เลือกจ่ายเป็นสกุลเงินของประเทศนั้น ๆ จะได้เรตที่ดีกว่าการแปลงกลับมาเป็นเงินบาท
  • เปิดระบบแจ้งเตือนการใช้จ่าย เพื่อให้คุณรู้ทันทีทุกครั้งที่มีการรูดบัตร หากมียอดแปลกปลอมจะได้สามารถติดต่อธนาคารได้ทันที
  • ตรวจสอบโปรโมชันและลงทะเบียนก่อนเดินทาง บัตรเครดิตหลายใบมีโปรโมชัน Cash Back พิเศษเมื่อใช้จ่ายต่างประเทศ อย่าลืมกดลงทะเบียนรับสิทธิ์ก่อนบินไว้ด้วยนะ
  • เก็บสลิปไว้เป็นหลักฐานเสมอ เผื่อกรณีที่มีการเรียกเก็บเงินซ้ำซ้อนหรือยอดไม่ตรง จะได้มีหลักฐานในการตรวจสอบกับธนาคาร


เช็กลิสต์! สิ่งที่ต้องรู้ก่อนนำบัตรเครดิตไปใช้ต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเช็กความพร้อมของบัตรเครดิตในกระเป๋าก่อนจัดกระเป๋าเดินทาง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาชวนปวดหัวเมื่ออยู่ต่างประเทศ โดยเราได้รวบรวมเช็กลิสต์มาให้แล้ว ดังนี้

  • วันหมดอายุของบัตร ตรวจสอบบนหน้าบัตรว่าบัตรหมดอายุแล้วหรือไม่ หรือจะหมดอายุระหว่างทริปหรือไม่ (ควรเหลืออายุอย่างน้อย 6 เดือน) หากใกล้หมดอายุให้รีบติดต่อธนาคารเพื่อขอออกบัตรใหม่
  • วงเงินคงเหลือ เช็กวงเงินคงเหลือให้เพียงพอครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในทริป หากวงเงินไม่พอ สามารถโทรขออนุมัติเพิ่มวงเงินชั่วคราวกับธนาคารล่วงหน้าได้
  • การเปิดใช้งานต่างประเทศ บัตรบางประเภทต้องโทรแจ้ง Call Center หรือกดเปิดฟีเจอร์ "อนุญาตการใช้งานต่างประเทศ" ในแอปพลิเคชันก่อน เพื่อป้องกันระบบรักษาความปลอดภัยล็อกบัตรเมื่อเห็นการรูดใช้งานจากต่างแดน
  • PIN Code สำหรับกดเงินสด กรณีฉุกเฉินที่ต้องใช้บัตรเครดิตกดเงินสดจากตู้ ATM อย่าลืมขอหรือจดจำรหัส PIN ของบัตรใบนั้น ๆ
  • เบอร์โทรติดต่อฉุกเฉิน บันทึกเบอร์โทรศัพท์สำหรับโทรจากต่างประเทศของธนาคารเจ้าของบัตรไว้ในมือถือ เผื่อกรณีบัตรหายหรือถูกอายัด


แนะนำ 4 บัตรเครดิตสายเที่ยว กรุงศรี พกใบไหนไปประเทศไหนดี

สำหรับคนที่สนใจบัตรเครดิตใช้ต่างประเทศ กรุงศรี เครดิต การ์ด มีสิทธิประโยชน์ให้เลือกหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวในทุกรูปแบบ มาดูกันว่าทริปแบบไหน ควรพกบัตรเครดิตสายเที่ยวใบไหนไปถึงจะคุ้มที่สุด ดังนี้


1. บัตรเครดิต กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง

บัตรเครดิต กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง

หากคุณมองหาบัตรเครดิตเที่ยวต่างประเทศระดับท็อปที่ตอบโจทย์ความหรูหรา บัตรเครดิต กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง มอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับ ไม่ว่าจะเป็นทริปยุโรปหรืออเมริกา ก็รับสิทธิประโยชน์พิเศษอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • รับพอยต์สะสม 5 เท่า* ในหมวดสายการบินและโรงแรมทั่วโลก เมื่อใช้จ่ายครบทุก 10,000 บาท/เซลล์สลิป (เฉพาะการจองตรงกับสายการบิน/โรงแรม ยกเว้นการจองผ่านตัวแทนออนไลน์เช่น Agoda, Booking.com *จำกัดพอยต์พิเศษสูงสุด 8,000 พอยต์/เดือน 1 ต.ค. 68 – 31 ธ.ค. 69
  • รับส่วนลด 20%* เมื่อแลกพอยต์เท่ายอดซื้อบัตรโดยสารสายการบิน ผ่าน KRUNGSRI Travel Service โทร 02-235-0557 *จำกัดการแลกสูงสุด 500,000 พอยต์/เดือน 1 ต.ค. 68 – 31 ธ.ค. 69
  • อัปเกรดชั้นบัตรโดยสารสูงขึ้น 1 ระดับ* (1 ครั้ง/ปีปฏิทิน) เมื่อมียอดเงินฝาก/ลงทุนตามเงื่อนไข และมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ในปี 2569
  • บริการรถลีมูซีนรับ-ส่งสนามบิน* ทั้งในและต่างประเทศ จำนวน 2 เที่ยว/ปีปฏิทิน (สำหรับลูกค้าที่มียอดเงินฝาก/ลงทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป)
  • บริการห้องรับรองพิเศษ* ณ สนามบินทั่วโลกผ่าน Dragonpass 12 ครั้ง/ปี และห้องรับรองการบินไทย ณ สุวรรณภูมิ (Concourse E) และเชียงใหม่ 2 ครั้ง/ปี (สำหรับลูกค้าที่มียอดเงินฝาก/ลงทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป) 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69
  • คุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางสูงสุด 35 ล้านบาท* เมื่อชำระค่าตั๋วเดินทางเต็มจำนวนผ่านบัตรล่วงหน้า 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ยสูงสุด 16% ต่อปี


คลิ๊กรายละเอียด



2. บัตรเครดิต กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์

บัตรเครดิต กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์

สำหรับใครที่บินบ่อยและต้องการความสะดวกสบายแบบวีไอพี บัตรใบนี้จัดเป็นบัตรเครดิตท่องเที่ยวที่มอบเอกสิทธิ์เหนือระดับด้านการท่องเที่ยวตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเครื่อง ได้แก่

  • อัปเกรดชั้นบัตรโดยสารสายการบินสูงขึ้น 1 ระดับ* (1 ที่นั่ง ไป-กลับ/ปี) เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป (1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69) และมียอดเงินฝาก/ลงทุนตามเกณฑ์ที่กำหนดในแต่ละเส้นทาง สำรองที่นั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน (1 ม.ค. 69 – 31 ม.ค. 70 และเดินทางภายใน 30 มิ.ย. 70)
  • รับส่วนลด 20% เมื่อแลกพอยต์เท่ายอดซื้อบัตรโดยสาร* เมื่อมียอดซื้อตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป ผ่าน KRUNGSRI Travel Service โทร 02-235-0557 (จำกัดการแลกสูงสุด 500,000 พอยต์/เดือน) 1 ต.ค. 68 – 31 ธ.ค. 69
  • บริการห้องรับรองพิเศษ ณ สนามบินทั่วโลก* ผ่าน Dragonpass สูงสุด 4 ครั้ง/ปี และห้องรับรองการบินไทย (สุวรรณภูมิ/เชียงใหม่) 2 ครั้ง/ปี เมื่อเดินทางด้วยการบินไทย (สิทธิ์เปิดให้ใช้หลังมียอดเงินฝากครบเงื่อนไข 60 วัน) 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69
  • บริการรถลีมูซีน รับ-ส่ง สนามบินและที่พักในประเทศ* จำนวน 2 เที่ยว/ปีปฏิทิน (สำหรับลูกค้าที่มียอดเงินฝาก/ลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปตามเงื่อนไข) ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่และภูเก็ต (1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69)
  • แลกพอยต์สะสมเป็นไมล์เดินทาง* เริ่มต้นทุก 2 กรุงศรี พอยต์ = 1 ไมล์ กับสายการบินชั้นนำ (1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69)
  • รับส่วนลดและสิทธิพิเศษ ณ โรงแรมและห้องอาหารชั้นนำ* เช่น เครือศรีพันวา, ดุสิต, วีรันดา และโรงแรมชั้นนำอื่นๆ (ระยะเวลาโปรโมชันแต่ละแห่งแตกต่างกัน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 68 – 31 ธ.ค. 69)
  • คุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางสูงสุด 20 ล้านบาท* เมื่อชำระค่าบัตรโดยสารเครื่องบินหรือค่าแพ็กเกจท่องเที่ยวเต็มจำนวนผ่านบัตรเครดิต กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์ ล่วงหน้า (1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69)

หมายเหตุ: สำหรับการสำรองรถลีมูซีน Alphard โปรดติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมงที่ โทร 0 2296 5566


*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ยสูงสุด 16% ต่อปี


คลิ๊กรายละเอียด



3. บัตรเครดิต กรุงศรี ซิกเนเจอร์

บัตรเครดิต กรุงศรี ซิกเนเจอร์

ตอบโจทย์คนชีพจรลงเท้า และสายเที่ยวตัวจริงที่เดินทางเป็นประจำ ไม่ว่าจะบินไปทวีปไหน บัตรใบนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ด้วยสิทธิ์ประโยชน์มากมาย ดังนี้

  • รับกรุงศรี พอยต์สะสม 5 เท่า* หมวดสายการบินและโรงแรมที่ร่วมรายการ *เมื่อจองบัตรโดยสารเครื่องบิน และโรงแรมทั่วโลก *จำกัดการให้พอยต์พิเศษสูงสุด 3 ครั้ง/หมายเลขบัญชีบัตรหลัก/เดือน หรือสูงสุด 4,800 พอยต์/หมายเลขบัญชีบัตรหลัก/เดือน ระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69
  • รับสิทธิ์บริการห้องรับรอง Dragonpass Lounge* จำนวน 2 ครั้ง/ปีปฏิทิน *สำหรับท่านสมาชิกที่มียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรฯ ตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป หลังเปิดการใช้บัตรสำหรับสมาชิกใหม่ ระยะเวลาโปรโมชันระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69
  • แลกเริ่มต้นทุก 2 พอยต์ต่อ 1 ไมล์* กับสายการบินชั้นนำ อาทิ การบินไทย แอร์เอเชีย และเจแปนแอร์ไลน์ *ระยะเวลาการแลกไมล์เป็นไปตามแต่ละสายการบินกำหนด ระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69
  • ส่วนลดสูงสุด 50%* ณ โรงแรมที่ร่วมรายการ ระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 68 – 30 ธ.ค. 69
  • รับพอยต์สะสม 5 เท่า (พอยต์ปกติ 1 เท่า + พอยต์พิเศษ 4 เท่า) เมื่อมียอดใช้จ่ายในหมวดท่องเที่ยว 10,000 บาท / เซลล์สลิป ได้แก่ การจองบัตรโดยสารเครื่องบิน และโรงแรมทั่วโลก งจองตรงผ่านเว็บไซต์, แอปพลิเคชัน หรือเคาน์เตอร์ของสายการบินและโรงแรมเท่านั้น ไม่ร่วมยอดใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) เช่น Agoda, Booking.com, Trip.com, Traveloka, Klook และอื่น ๆ จำกัดสิทธิ์: รับพอยต์พิเศษสูงสุด 3 ครั้ง หรือไม่เกิน 4,800 พอยต์ / หมายเลขบัญชีบัตรหลัก / เดือน 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69
  • บริการห้องรับรอง Dragonpass Lounge 2 ครั้ง/ปีปฏิทิน* มียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรฯ ตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 กรณีมีผู้ติดตาม จะถูกหักสิทธิ์จากจำนวน 2 ครั้งของผู้ถือบัตรหลัก
  • แลกเริ่มต้นทุก 2 พอยต์ต่อ 1 ไมล์* แลกรับไมล์สะสมจากสายการบินชั้นนำ อาทิ การบินไทย (Royal Orchid Plus), แอร์เอเชีย (AirAsia Rewards) และเจแปนแอร์ไลน์ (JAL Milestone Bank) ทุก 2 กรุงศรี พอยต์ เท่ากับ 1 ไมล์ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 (เงื่อนไขการแลกไมล์เป็นไปตามที่แต่ละสายการบินกำหนด)

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ยสูงสุด 16% ต่อปี


คลิ๊กรายละเอียด



4. บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี แพลทินัม

บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี แพลทินัม

หากจุดหมายปลายทางของคุณคือประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง หรือสิงคโปร์ บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี แพลทินัม เป็นบัตรเครดิตสำหรับการท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด! เพราะมอบความคุ้มค่าแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น

  • รับเครดิตเงินคืน 1%* เมื่อใช้จ่ายด้วยบัตรฯ *ที่ประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ (เฉพาะการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นเท่านั้น) 1 ม.ค. 69 - 30 มิ.ย. 69
  • บริการ Airport Lounge* ที่สนามบิน สำหรับสมาชิก JCB Platinum ที่ประเทศญี่ปุ่น ฮาวาย จีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี สหราชอาณาจักร *สำหรับห้องรับรองที่ไม่ได้อยู่ในประเทศญี่ปุ่นและฮาวาย สามารถใช้บริการห้องรับรองที่ JCB เลือกได้ฟรีสูงสุด 8 ครั้งต่อปี ปฏิทินผ่าน LoungeKey 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69
  • คุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางสูงสุด 6 ล้านบาท* ผู้ถือบัตรฯ จะได้รับความคุ้มครองในการเดินทาง ต่อเมื่อผู้ถือบัตรเครดิต *มีการชำระค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าตั๋วเดินทาง หรือค่าแพ็กเกจเดินทางทั้งหมดล่วงหน้าผ่านบัตรฯ (ความคุ้มครองรวมถึงคู่สมรสและบุตรอายุไม่เกิน 23 ปี) 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ยสูงสุด 16% ต่อปี


คลิ๊กรายละเอียด



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


รูดบัตรเครดิตต่างประเทศ เสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?

โดยทั่วไปแล้ว การนำบัตรเครดิตใช้ต่างประเทศไปรูดซื้อสินค้าหรือบริการ จะมีค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ (Foreign Transaction Fee) ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะเรียกเก็บอยู่ที่ประมาณ 2% - 2.5% ของยอดใช้จ่าย โดยรวมแล้วจะไม่เกิน 3% ตามเกณฑ์ที่กำหนด อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การใช้จ่ายคุ้มค่าที่สุด แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขและโปรโมชันเครดิตเงินคืนของบัตรแต่ละใบก่อนเดินทาง


รูดบัตรต่างประเทศ เลือกสกุลเงินไทยหรือท้องถิ่นดีกว่ากัน?

แนะนำให้เลือกจ่ายเป็นสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) เพราะหากคุณเลือกชำระเป็นสกุลเงินบาท ระบบจะทำการแปลงอัตราแลกเปลี่ยนแบบ DCC (Dynamic Currency Conversion) ณ จุดขาย ซึ่งมักจะได้เรตที่แพงกว่าการปล่อยให้ระบบของ Visa หรือ Mastercard ไปตัดยอดในภายหลัง ทำให้คุณเสียเปรียบเรื่องส่วนต่างอย่างน่าเสียดาย


บัตรเครดิตท่องเที่ยว มีประกันการเดินทางไหม?

บัตรเครดิตท่องเที่ยว ส่วนใหญ่มักจะพ่วงสิทธิพิเศษด้านความคุ้มครองมาให้ด้วย เพื่อเอาใจบัตรเครดิตสายเที่ยวโดยเฉพาะ โดยเงื่อนไขหลักคือคุณจะต้องใช้บัตรเครดิตใบนั้นชำระค่าโดยสาร หรือตั๋วเครื่องบินเต็มจำนวนธนาคารก็จะมอบความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุการเดินทางให้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ บัตรเครดิตบางใบยังครอบคลุมไปถึงกรณีกระเป๋าเดินทางล่าช้า สูญหาย หรือเที่ยวบินดีเลย์อีกด้วย ทั้งนี้ อย่าลืมตรวจสอบวงเงินและรายละเอียดความคุ้มครองกับธนาคารเจ้าของบัตรอีกครั้ง


ต้องโทรแจ้งธนาคารก่อนเอาบัตรเครดิตไปใช้ต่างประเทศไหม?

เพื่อความราบรื่นตลอดทริป ขอแนะนำให้แจ้งธนาคารหรือเปิดใช้งานก่อนเสมอ ปัจจุบันคุณสามารถโทรแจ้ง Call Center หรือเข้าไปตั้งค่าอนุญาตให้บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนและป้องกันไม่ให้ระบบรักษาความปลอดภัยของธนาคารระงับบัตรของคุณชั่วคราวเมื่อตรวจพบยอดการใช้จ่ายจากต่างแดน




บัตรเครดิต กรุงศรี ซิกเนเจอร์